สาระน่ารู้

หยุดโรคอ้วนในสุนัขก่อนสายเกินแก้

    ในสายตาของคนหลายคน อาจจะมองว่า สุนัขอ้วนๆ เป็นสุนัขที่น่ารัก น่าทะนุถนอม แต่ความเป็นจริงแล้ว สุนัขอ้วนจัดว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งจะนำพาโรคต่างๆ ตามมาเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นโรคปัญหาข้อต่อตามร่างกาย โรคผิวหนัง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ซึ่งโรคเหล่านี้จะยังทำให้อายุของสุนัขแสนรักของเราไม่ยืนยาวอีกด้วย ดังนั้นต้องมาดูปัจจัยที่ทำให้สุนัขอ้วน เพื่อให้รู้เท่ากันก่อนที่สุนัขของเราจะเป็นโรคอ้วนโดยไม่รู้ตัว

    ★ ปรับพฤติกรรมการให้อาหาร ข้อนี้ต้องปรับพฤติกรรมของเจ้าของสุนัขเป็นหลัก โดยต้องไม่ให้อาการสุนัขพร่ำเพื่อ ควรให้เป็นเวลา ถ้าหากเป็นอาหารสำเร็จรูป ก็จะมีสัดส่วนปริมาณที่ควรให้ในแต่ละมื้อระบุไว้แล้ว และไม่ควรเทเผื่อในมื้อถัดไป ควรเทอาหารในปริมาณที่เหมาะแต่ละมื้อเท่านั้น

    ★ หมั่นพาสุนัขออกไปเดินเล่นและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง แต่ก็ขึ้นอยู่กับอายุของสุนัขด้วย การพาสุนัขออกไปเดินเล่นถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทำให้เผาผลาญไขมัน และยังทำให้ร่างกายและสุขาพของน้องหมาแข็งแรงอีกด้วย

    ★ เมื่อพาสุนัขไปทำหมันแล้วควรปรับเปลี่ยนอาหาร ถ้าหากให้อาหารสำเร็จรูปควรเปลี่ยนเป็นสูตรสำหรับสุนัขทำหมันโดยเฉพาะ เพราะจะให้โปรตีนสูงแต่ไขมันต่ำหรืออาจจะลดปริมาณของอาหารลง เนื่องจากการทำหมัน จะทำให้ฮอร์โมนเพศสุนัขลดลงทำให้การเผาผลาญพลังงานลดลงตามไปด้วย

    ★ เรื่องของเพศและสายพันธุ์ โรคอ้วนนั้นอาจจะเกิดจากสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ของสุนัขที่มีความแนวโน้มที่จะเป็นโรคอ้วนมากคือ บีเกิล,ดัชชุน, โกลด์เดน รีทรีฟเวอร์ , ค็อกเกอร์สเปเนียลฯลฯ และสุนัขเพศเมีย จะมีแนวโน้มที่จะอ้วนได้ง่ายกว่าเพศผู้ อันเนื่องมาจากนิสัยและพฤติกรรมที่ต่างกัน

เมื่อรู้ปัจจัยเสี่ยงที่กล่าวมาแล้ว ผู้เลี้ยงควรรีบปฏิบัติตัวเสียใหม่ โดยเฉพาะการให้อาหารและการพาน้องหมาไปออกกำลังกาย เพราะเป็นหนทางที่ช่วยป้องกันได้ ส่วนปัจจัยทางด้านเพศและสายพันธุ์เป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงและควบคุมไม่ได้

อีกทั้งเมื่อปล่อยให้สุนัขเป็นโรคอ้วน นอกเหนือโรคต่างๆ ที่กล่าวมาจะตามมาแล้ว ยังมีอีกโรคหนึ่งที่อันตรายไม่แพ้กัน คือโรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข มีพาหะนำโรคที่สำคัญคือยุง เนื่องจากสุนัขอ้วนไม่ชอบขยับตัว ทำให้ยุงกัดได้ง่าย และร่างกายอ่อนแอ ทำให้พยาธิหนอนหัวใจแพร่เข้าไปสู่ระบบหมุนเวียนเลือด ผลร้ายที่สุดอาจจะทำให้สุนัขหัวใจวายได้ ดังนั้นควรป้องกันด้วยยาจุดกันยุง BuxAwayที่สามารถไล่ยุงได้ที่มีประสิทธิาพ ยาวนานต่อเนื่อง 15ชั่วโมง อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อระบบการดมกลิ่นของสุนัข ซึ่งแตกต่างจากยี่ห้อในท้องตลาดทั่วไป

  • ติดตามเราได้ที่